ฟ้าเดียวกัน 11/3 : มวลมหา”ภาคประชาชน”

Sale!

฿250.00 ฿225.00


รหัสสินค้า: 9786167667270 หมวดหมู่:

ข้อมูลสินค้า

บทบรรณาธิการ

มวลมหา ภาคประชาชน ที่อยู่เหนือประชาชน

หมู่บ้านโลก

การบริโภคและการกักขังอัตลักษณ์ชนบทไทยของชนชั้นกลางในเมือง

เนตรดาว เถาถวิล

ทุนนิยาม

ภูมิศาสตร์แรงงาน (2) : ภูมิทัศน์ของทุนและบทบาทผู้กระทำของแรงงาน

เกรียงศักดิ์ ธีระโกวิทขจร

ขอบฟ้าความคิด

ฐานทางปรัชญาของ Antonio Negri : จาก Spinoza สู่ multitude

เก่งกิจ กิติเรียงลาภ

บทความปริทัศน์

ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างสมบูรณ์

สุภลักษณ์ กาญจนขุนดี

หน้าซ้ายในประวัติศาสตร์

ประวัติศาสตร์แห่งการต่อต้าน

ธนาพล อิ๋วสกุล

ความในใจของผู้เขียน ความจริง ย่อมลอยขึ้น เหนือน้ำ เหนือฟ้าเสมอ

รักษ์ธรรม รักษ์ไทย

ทัศนะวิพากษ์

จาก สังคมเข้มแข็งสู่ สังคมอนารยะ” : โต้ธีรยุทธ บุญมี ผู้อุปถัมภ์ทางความคิดของสุเทพ ณ กปปส.

เกษียร เตชะพีระ

การปฏิวัตินกหวีดมองเชื่อมโยงกับ ปัญหาอนาคตการเมืองไทย

ธีรยุทธ บุญมี

ประวัติศาสตร์ การเมืองภาคประชาชน” : ความคิดและปฏิบัติการของ นักกิจกรรมทางการเมืองในปัจจุบัน

อุเชนทร์ เชียงเสน

วิหารไม่ว่างเปล่า : ประวัติศาสตร์ (ฉบับย่อ) ของพุทธศาสนาหัวก้าวหน้าหลัง 14 ตุลา (พ.ศ. 2516-2541)

ภิญญพันธุ์ พจนะลาวัณย์

สถานะและผลทางกฎหมายของการใช้กำลังทหารล้มล้างรัฐธรรมนูญ : จาก 6 ตุลา 19 ถึง 19 กันยา 49

พุฒิพงศ์ มานิสสรณ์

อ่านต่อ >>

มวลมหา ภาคประชาชนที่อยู่เหนือประชาชน

ต้องยอมรับว่า มีผู้คนจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะปัญญาชนและนักเคลื่อนไหว/นักกิจกรรมทางการเมือง ที่แลเห็น เข้าใจ ปลาบปลื้ม หรือคาดหวัง ว่าการเคลื่อนไหวของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ซึ่งต้องการสถาปนา สภาประชาชนนั้น เป็น การปฏิวัตินกหวีดหรือ การปฏิวัติประชาชน

ธีรยุทธ บุญมี ผู้ชายเดือนตุลาคนหนึ่งผู้เคยนำการปฏิวัติประชาชนเมื่อคราว 40 ปีก่อน ถึงกับออกมาแถลงว่า ไม่ว่าการต่อสู้ของ กปปส. ครั้งนี้จะบรรลุชัยหรือไม่ก็ตาม แต่ก็ คุ้มค่าแก่ความเหนื่อยยากทั้งปวงอยู่แล้วที่ได้เกิด ประสบการณ์การใช้สิทธิอำนาจของประชาชน พลังที่แท้จริงของภาคประชาชน อำนาจต่อรองกับอำนาจการเมือง อย่างจริงจังเป็นครั้งแรก

แน่นอนว่า ม็อบ เทพในรูปของ กปปส. หนนี้ ได้อาศัยร่มพระบรมโพธิสมภารในการโค่นล้ม ระบอบทักษิณเช่นเดียวกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยในอดีต ทว่าการลดทอนขบวนการเคลื่อนไหวของพวกเขาให้เหลือเป็นเพียงขบวนการของฝ่ายอนุรักษนิยมหรือกษัตริย์นิยมนั้น อาจนำไปสู่ความเข้าใจสภาพการณ์ทางสังคมการเมืองที่เป็นจริงอันบกพร่องคลาดเคลื่อนได้เช่นเดียวกัน

กล่าวคือ ฐานทางอุดมการณ์และภูมิปัญญาที่รองรับการเคลื่อนไหวของขบวนการต่อต้านระบอบทักษิณ-นับตั้งแต่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยซึ่งเสนอ การเมืองใหม่จนถึง กปปส. ซึ่งเสนอ สภาประชาชนมิได้มีลำพังแต่กษัตริย์นิยม-อนุรักษนิยมประชาธิปไตยแบบไทยๆ ทว่ายังประกอบไปด้วยสิ่งที่เรียกกันว่า การเมืองภาคประชาชนซึ่งกำเนิดและเติบโตเรื่อยมาตั้งแต่ยุคทศวรรษ 2530 ด้วยเป็นสำคัญ

พูดอีกอย่างหนึ่ง ปรากฏการณ์พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและต่อเนื่อง ด้วย กปปส. นั้น มิใช่การหักเหบิดเบี้ยวของ การเมืองภาคประชาชนตรงกันข้าม ปรากฏการณ์ดังกล่าวกลับนับเป็นพัฒนาการขั้นสูงสุดของการเมืองภาคประชาชนต่างหากดังข้อเสนอของอุเชนทร์ เชียงเสน ที่ศึกษาเรื่องประวัติศาสตร์การเมืองภาคประชาชนผ่านกรณีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งค้นพบว่า การเมืองภาคประชาชนนั้น แม้จะกำเนิดขึ้นในยุค ประชาธิปไตยเต็มใบทว่ากลับพัฒนาไปจนถึงขั้นปฏิเสธประชาธิปไตยแบบตัวแทนในระบบรัฐสภาในท้ายที่สุด

หากเราได้เสพเนื้อหาบางช่วงบางตอนของ กปปส. และพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่วิพากษ์วิจารณ์ปัญหาของ นักเลือกตั้งและ ทุนสามานย์” แล้วเชื่อมโยงกับประสบการณ์และความคับข้องใจทางการเมืองของแต่ละคนในช่วง 2-3 ทศวรรษที่ผ่านมา ย่อมอาจหลงใหลไปได้กับศัพท์แสงแบบ หัวก้าวหน้าซึ่งบางครั้งข้อเสนออย่าง สภาประชาชนก็ถึงขนาดชวนให้จินตนาการเพริศแพร้วไปยังการปฏิวัติประชาชนของขบวนการสาธารณรัฐหรือฝ่ายสังคมนิยมในอดีตของหลายประเทศได้เลยทีเดียว

ถ้าพิจารณาอย่างเป็นธรรม การวิพากษ์หรือกระทั่งการปฏิเสธระบบการเมืองแบบเสรีนิยมหรือประชาธิปไตยแบบรัฐสภานั้น ในแง่หนึ่ง ก็อาจมิใช่ปัญหาโดยตัวมันเอง หากคิดจะสถาปนา ประชาธิปไตยสมบูรณ์หรือจะกระทำการเปลี่ยนแปลงสังคมอย่างถอนรากถอนโคนไปสู่สังคมอุดมคติที่ปลดปล่อยผู้คนจากโซ่ตรวนทางเศรษฐกิจการเมืองอย่างแท้จริง แต่ปัญหาคือว่า การเคลื่อนไหวของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยในอดีต หรือ กปปส. ในปัจจุบันพร้อมด้วยข้อเสนอ การเมืองใหม่หรือ สภาประชาชนนั้นกำลังจะปลดปล่อยสังคมไทยไปสู่อะไรกันแน่

กล่าวถึงที่สุด ทั้งวิธีการและเป้าหมายดังกล่าว อันวางอยู่บนพื้นฐานของการกดทับเสรีภาพขั้นพื้นฐานและความเสมอภาคของผู้คนส่วนใหญ่ รวมทั้งอ้างอิงความชอบธรรมและกวาดต้อนผู้คนให้ขึ้นต่ออำนาจศักดิ์สิทธิ์ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารนั้น ย่อมไม่สามารถปลดปล่อยไปสู่ ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ประเภทไหนได้เลย นอกเสียจาก ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ (แบบไทยๆ) อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

เมื่อมาถึง ณ จุดนี้ มวลมหา ภาคประชาชนภายใต้พระบรมโพธิสมภารก็ได้แปลกแยกกับ ประชาชน และสถาปนาตนเองขึ้นเถลิงถวัลย์ อยู่เหนือหัวเราทุก ๆ คนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

อ่านต่อ >>