ฟ้าเดียวกัน 13/2 : องคมนตรี

Sale!

฿200.00 ฿180.00


รหัสสินค้า: 9786167667423 หมวดหมู่:

ข้อมูลสินค้า

บทบรรณาธิการ

องคมนตรีกับการเปลี่ยนผ่านสู่ระบอบไม่ประชาธิปไตย

ทัศนะวิพากษ์

จากองคมนตรีสู่สภาที่ปรึกษาในพระองค์จำแลง

สมชาย ปรีชาศิลปกุล

ประวัติศาสตร์นิพนธ์และการเรียนประวัติศาสตร์ของทหารกับการสร้างความชอบธรรมและ ชอบทำรัฐประหาร

ชานันท์ ยอดหงษ์

เมื่อตุลาการเข้าข้างกบฏ : ปัญหาการใช้และการตีความกฎหมายอาญามาตรา 113 และ 114 ของศาลไทย

รังสิมันต์ โรม, ปิยวัจน์ สัตยพานิช

การกักขังและปรับทัศนคติข้าพเจ้า โดยเผด็จการทหาร คสช. รอบสอง

ประวิตร โรจนพฤกษ์

วิกฤตเศรษฐกิจกรีซภายใต้บริบทวิกฤตการเงินโลกในมุมมองของยานิส วารูฟากิส

ธนเดช เวชสุรักษ์

รายงานพิเศษ

ใครเป็นใครในองคมนตรีแห่งระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

ธนาพล อิ๋วสกุล, ชัยธวัช ตุลาธน

ภูมิหลังองคมนตรีใต้พระบรมโพธิสมภาร

ธนาพล อิ๋วสกุล

ประวัติศาสตร์ขบวนการนักศึกษาอินโดนีเซีย : ก่อนการกำเนิดรัฐชาติจนถึงการล่มสลาย ของยุคระเบียบใหม่ (ตอนที่สอง)

อรอนงค์ ทิพย์พิมล

อ่านต่อ >>

องคมนตรีกับการเปลี่ยนผ่านสู่ระบอบไม่ประชาธิปไตย

ท่ามกลางวาทกรรมต่างๆ นานาที่บอกว่าสังคมไทยกำลังอยู่ในกระบวนการปฏิรูปเพื่อแก้ไขปัญหาของประชาธิปไตยที่ผ่านมา แล้วเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตยที่ดีกว่าและเหมาะสมสอดคล้องกับลักษณะของสังคมไทยมากกว่านั้น เกษียร เตชะพีระ ได้เสนอกลับหัวกลับหางเสียใหม่ว่า วิกฤตการเมืองไทยในรอบทศวรรษที่ผ่านมา ไม่ใช่ปัญหาการเปลี่ยนผ่านสู่ระบอบประชาธิปไตย (transition to democracy) ไม่สำเร็จ แต่คือปัญหาการเปลี่ยนผ่านสู่ระบอบไม่ประชาธิปไตย (transition to non-democracy) ซึ่งฝ่ายต่อต้านประชาธิปไตยเป็นฝ่ายรุกไล่ฝ่ายประชาธิปไตย ทว่าจนถึงขณะนี้ ผ่านรัฐประหารมาสองหนแล้ว ก็ยังไม่ สำเร็จอีกต่างหาก

ด้วยเหตุนี้ เกษียรจึงเสนอทางออกว่า ต้องเริ่มจากการที่ชนชั้นนำเลิกคิดสร้างระบอบไม่ประชาธิปไตย และยอมรับ ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขเป็นตัวตั้งร่วมกันก่อน จากนั้นถึงจะสร้างฉันทามติรองรับระเบียบการเมืองที่ประชาชนมีส่วนร่วมและยอมรับขึ้นมาได้

คำถามคือ ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขคืออะไรกันแน่ ฝ่ายต่างๆ ในสังคมไทยเข้าใจสิ่งนี้ตรงกันหรือไม่อย่างไร และหากมองในกรอบประวัติศาสตร์ช่วงยาวขึ้น ระบอบที่ว่านี้โดยตัวมันเองแล้วเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนผ่านสู่ระบอบไม่ประชาธิปไตยเสียเองด้วยหรือเปล่า

ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่คณะรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 จะเรียกตัวเองว่า คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขซึ่งในอีกมุมหนึ่งนั้น ณัฐพล ใจจริง ใน ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ : ความเคลื่อนไหวของขบวนการปฏิปักษ์ปฏิวัติสยาม (พ.ศ. 2475-2500) ได้เสนอไว้ว่า การรัฐประหาร 2490 ถือเป็นขั้นตอนสำคัญของกระบวนการ คว่ำปฏิวัติ-โค่นคณะราษฎรและเป็นจุดเริ่มต้นของการสถาปนาสิ่งที่เรียกกันภายหลังว่า ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ (ทรง) เป็นประมุข

การรัฐประหาร 2490 ได้ให้กำเนิดการเมืองในแบบที่ต่างไปจากระบอบรัฐธรรมนูญหรือระบอบประชาธิปไตยตามจุดมุ่งหมายของผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 องค์คาพยพหนึ่งของระบอบการเมืองหลังยุคคณะราษฎรก็คือ องคมนตรีซึ่งปรากฏครั้งแรกในฐานะองค์กรตามรัฐธรรมนูญในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2492

ในการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณารัฐธรรมนูญ 2492 ครั้งหนึ่ง (ดูบทความของสมชาย ปรีชาศิลปะกุล ในวารสารฉบับนี้) นายยกเสียง เหมะภูมิ ส.ส.ระนอง ได้อภิปรายถามว่า

ตามรัฐธรรมนูญที่แล้วๆ มาไม่มี สงสัยว่าทำไมร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้สมาชิกสภาร่างฯ จึงได้มีองคมนตรี ซึ่งเป็นการทำให้เกิดการเสียหายได้หลายประการ คือว่าเมื่อมีคนหลายคนขึ้นให้คำแนะนำพระมหากษัตริย์แล้ว อาจกลายเป็นว่านาน ๆ ไปบางกรณีอาจมีพระเจ้าแผ่นดินหลายองค์ซึ่งจะเป็นการยุ่งยาก

ขณะที่ร้อยโทจงกล ไกรฤกษ์ ส.ส. พิษณุโลก ซึ่งแม้จะเป็นฝ่ายนิยมเจ้าและเคยเข้าร่วมกบฏบวรเดชมาก่อน ก็ยังมีความเห็นคัดค้านการมีองคมนตรีด้วยเหตุว่า

ข้าพเจ้าถือว่าการร่างรัฐธรรมนูญนี้เป็นการหาพวกให้แก่พระมหากษัตริย์ เช่นองคมนตรีหรือวุฒิสภา พวกของพระมหากษัตริย์เหล่านั้นเท่ากับเป็นกำแพงที่กั้นความจงรักภักดี ของประชาชน… ขอให้คิดดูว่า ถ้าพระมหากษัตริย์มีพวก ใครจะรับรองว่าพวกขอ พระองค์นั้นจะดีเสมอไป และถ้ามีข้อพิพาทขึ้น ประชาชนถ้าเป็นฝ่ายแพ้ ก็จะต้องเป็นศัตรูของพระมหากษัตริย์ เพราะเหตุที่พวกของพระมหากษัตริย์นี่แหละเป็นผู้ก่อขึ้น…. เราโดยที่เคารพสักการะพระมหากษัตริย์เป็นอย่างยิ่ง อย่างที่อังกฤษว่า เดอะคิง แคน ดู โนว์ว์รองแต่พวกของพระมหากษัตริย์จะมามี แคน ดู โนว์ว์รองด้วยไม่ได้ที่เดียว ถ้าใครมีชีวิตอยู่ในรัชกาลที่ 6 คงจะได้อิดหนาระอาใจมาแล้วว่า ในพวกที่ใกล้ชิด สนิทพระมหากษัตริย์ บางท่านที่เสียหายไปก็ด้วยเหตุนี้แหละ ถ้าเราจะมีพวกพระมหากษัตริย์ขึ้นก็ประวัติศาสตร์ที่ร้ายก็จะซ้ำรอยมาสู่เมืองไทยอีก… ก็บัดนี้ เราเป็นประชาธิปไตยแล้ว เราจะกลับย้อนหลังว่ายน้ำเข้าไปหาตลิ่งแล้วเราอยู่กลางคลองของประชาธิปไตยแล้ว ข้าพเจ้าเห็นว่าไม่สมควรที่จะให้มีพวกของพระมหากษัตริย์ดังร่างรัฐธรรมนูญที่เสนอเข้ามานี้

ดังคำอภิปรายเตือนในสภาข้างต้น อำนาจและสถานภาพขององคมนตรี ทั้งในและนอกรัฐธรรมนูญ ได้ปรากฏเป็นปัญหาขึ้นมาจริงๆ ใครบอกได้บ้างว่า การแสดงความเห็นทางการเมืองของนายธานินทร์กรัยวิเชียร พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ นายพลากร สุวรรณรัฐ พลเอกสุรยุทธ จุลานนท์ ฯลฯ นั้น เป็นเพียงการแสดงความเห็นในฐานะคนไทยคนหนึ่ง หรือในฐานะองคมนตรีที่พระมหากษัตริย์ทรงเลือกและแต่งตั้งตามอัธยาศัย ในความเป็นจริงทางการเมือง องคมนตรีได้กลายมามีบทบาทเป็นผู้เล่นคนสำคัญ โดยเฉพาะในรอบ ทศวรรษที่ผ่านมา นับตั้งแต่พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ได้ออกมา คิกออฟแคมเปญภายใต้โวหารเรื่อง ม้า จ๊อกกี้ และเจ้าของคอกม้าก่อนจะเกิดการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ซึ่งหลังจากนั้นเราก็ได้นายกรัฐมนตรีที่มาจากองคมนตรี คือพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์

นี่เป็นเพียงปรากฏการณ์ส่วนหนึ่งของ “ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข” ที่บัดนี้กำลังพาเราว่ายน้ำย้อนหลังกลับกลางคลองประชาธิปไตย ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะถึงฝั่งคลองหรือไม่ เมื่อไร อย่างไร และต้องสูญเสียไปอีกสักเท่าไร

อ่านต่อ >>