อ่าน กว่าจะครองอำนาจนำ ถวายอาลัยราชินีผู้เป็นลมใต้ปีกในหลวงรัชกาลที่ 9

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 สิริพระชนมพรรษา 93 พรรษา  นับเป็นการปิดฉากยุคสมัย “ฉันเกิดในรัชกาลที่ 9” โดยสมบูรณ์  

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ทรงเป็นดุจ “ลมใต้ปีก” ของในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยแท้  ในหนังสือ กว่าจะครองอำนาจนำ ของอาสา คำภา ได้อรรถาธิบายถึงบทบาทอันสำคัญยิ่งของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ นั่นคือการเป็นศูนย์กลางของ “ฝ่ายใน” โดยขับเคลื่อนบทบาทผ่านมิติ Soft Power ในการสร้างปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มก้อนตัวแสดงต่างๆ ของ “เครือข่ายในหลวง” โดยเฉพาะพระราชกรณียกิจ “ลงไปสู่ประชาชน” ยุคหลัง 14 ตุลาอันเป็นยุคเริ่มต้นการทรงงานบุกเบิกการพัฒนาชนบทขนานใหญ่บนฐานคิด “ราชประชาสมาสัย” เชิงรุกเพื่อ “เอาชนะใจประชาชน” 

นอกจาก Soft Power ทางสังคมดังที่ประจักษ์ชัดในงานศิลปาชีพแล้ว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ยังทรงสร้างสัมพันธภาพอันแนบแน่นกับลูกเสือชาวบ้าน กลุ่มมวลชนจัดตั้งที่ราชสำนักให้ความสำคัญเป็นพิเศษ 

“บทบาทของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถในมิติความเป็น ‘แม่’ และความเป็น ‘ผู้หญิง’ นี้ มีส่วนช่วยหนุนส่งให้ความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันกษัตริย์กับมวลชนกลุ่มนี้มีความนุ่มนวลและเข้าถึงได้ง่าย ทั้งยังรักษาภาพลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมิให้เป็นที่ครหาได้ แม้จะเป็นที่รับรู้อย่างชัดแจ้งว่าสถาบันกษัตริย์ให้การสนับสนุนกิจการลูกเสือชาวบ้านเป็นอย่างยิ่งก็ตาม โดยเฉพาะข้อครหาจากผู้นำกองทัพซึ่งลึกๆ แล้วไม่พอใจการมีกองกำลังที่ 2 อย่างลูกเสือชาวบ้านขึ้นมาประชันขันแข่ง”

(กว่าจะครองอำนาจนำ, 280)

ในทางการทหาร ทรงเป็นองค์ผู้บังคับการพิเศษในกองพันทหารราบที่ 2 กรมทราบราบที่ 21 รักษาพระองค์ โดยทรงสร้างสัมพันธภาพกับนายทหารหน่วยก้านดีที่จงรักภักดียิ่งอย่าง พ.ท. ณรงค์เดช นันทโพธิ์เดช โดยเฉพาะการที่มีพระราชกระแสอันเป็นเหตุให้ ร.ต. ณรงค์เดช (ยศขณะนั้น) ชักชวนนักเรียนนายร้อยจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้านับร้อยนายมาทำหน้าที่ “ล้อมวัง” เพื่อถวายอารักขาในหลวงรัชกาลที่ 9 ในคืนก่อนเหตุการณ์ 14 ตุลา2516 อันเป็นจุดเริ่มต้นของ “ทหารเสือราชินี” 

“สัมพันธภาพนี้แสดงผ่านบทบาทของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถในมิติของ Soft Power ระหว่างเจ้านายสตรีผู้อาทรกับนายทหารหนุ่มที่กล้าหาญภักดี ซึ่งเป็นห้วงเวลาประจวบเหมาะกับช่วงพระชนมายุของสมเด็จพระนางเจ้าฯ เฉกเช่นที่ทรงให้ความใกล้ชิดสนิทสนมเป็นกันเองกับลูกเสือชาวบ้านในเวลาเดียวกัน และเกิดขึ้นในขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวดำรงสถานะ ‘จอมทัพไทย’ อย่างเป็นทางการ ทำให้ไม่อาจแสดงพระองค์ใกล้ชิดกับนายทหารกลุ่มใดเป็นพิเศษ หากแต่เป็นที่รับรู้กันว่ากรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ร.21 รอ.) เป็นหน่วยทหารที่มีความใกล้ชิดกับสถาบันกษัตริย์ โดยมีภารกิจสำคัญคือการถวายอารักขาประมุขแห่งชาติและการปฏิบัติงานโครงการพระราชดำริ”

(กว่าจะครองอำนาจนำ, 409)        

ทหารเสือราชินี มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ อย่างแข็งขัน ทั้งด้านการพัฒนาในพื้นที่โครงการพระราชดำริ การพัฒนาเพื่อความมั่นคง ตลอดจนการสู้รบที่ชายแดนไทย-กัมพูชา หนุนส่งให้ภาพลักษณ์ทหารเสือราชินีเป็นนายทหารผู้จงรักภักดี นายทหารนักพัฒนา และเก่งกาจด้านการรบ จนกลายเป็นต้นแบบของทหารไทยนับแต่นั้นมา

ในหนังสือเล่มนี้แสดงให้เห็นสัมพันธภาพระหว่างสถาบันกษัตริย์กับผู้นำทหารกลุ่มต่างๆ ซึ่งทั้งไม่ราบรื่น ทั้งซับซ้อนต่อสู้ต่อรอง จนเราจะเห็นว่าความเป็นพันธมิตรระหว่างสถาบันกษัตริย์กับผู้นำกองทัพที่จงรักภักดีนั้นเป็นเงื่อนไขตั้งต้นของการเข้าสู่ดุลยภาพเครือข่ายชนชั้นนำไทยภายใต้พระราชอำนาจนำ

การที่หนังสือหนากว่า 500 หน้านี้ มีตัวละครหลายร้อยชีวิตประกอบกันขึ้นเป็น “เครือข่ายในหลวง” ที่ผู้เขียนโยงใยให้เห็นความสัมพันธ์ตลอดห้วงเวลา 4 ทศวรรษ บุคคลที่มีบทบาทโดดเด่นยิ่งหนึ่งในนั้นก็คือสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  สิ่งนี้ยืนยันได้จาก “นามานุกรม” ท้ายเล่มที่ปรากฏนามสตรีเพียง 6 คนจากบรรดาบุรุษ 76 รายชื่อ ย่อมแสดงให้เห็นว่าเรามิอาจละเลยสถานะ “ลมใต้ปีก” ของพระองค์ตลอดเส้นทาง “กว่าจะครองอำนาจนำ” ของในหลวงรัชกาลที่ 9

สั่งซื้อหนังสือได้ที่ https://sameskybooks.net/product/9786167667966/